Home » เห็ดเป็นยา » มารู้จักเห็ดเป็นยากันเถอะ

มารู้จักเห็ดเป็นยากันเถอะ

มารู้จักเห็ดเป็นยากันเถอะ

 

มารู้จักเห็ดเป็นยากันเถอะ

เห็ดเป็นอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารสูง จัดเป็นราชั้นสูงมีวิตามินและกรดอะมิโนสูง ไขมันน้อย คนโบราณมีความเชื่อว่าเห็ดมีพลังแห่งเทพเจ้า มีความเกี่ยวพันของเห็ดกับความศรัทธาของคนอินเดียและคนชาวอียิปต์ที่มีความเชื่อว่า ผู้มีบุญเท่านั้นที่มีโอกาสรับประทานเห็ดได้โดยเฉพาะเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง คนจีนเชื่อว่าชายใดได้รับประทานเห็ดจะเป็นผู้มีพลังกายและพลังแห่งปัญญาเหนือกว่าผู้อื่น มีการนำเห็ดมาใช้เป็นยารักษาโรคเป็นยาพื้นบ้านมาหลายพันปีแล้ว คนจีนนำมาใช้มากและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ได้แก่ เห็ดหลินจือ ( Ganoderma lucidum )

เห็ดหลินจือเป็นยา

เห็ดหลินจือเป็นยา

เห็ดหลินจือ (Lingzhi) ที่ใช้กันมานานกว่า พันปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิจีน เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน  มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะทำให้อายุยืน ทำให้ผิวพรรณสดใส และยังสามารถรักษาโรคได้
เห็ดหลินจือมีประโยชน์กับกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันแม้จะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัดเจน

เห็ดหลินจือได้ถูกบันทึกไว้ว่า มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมาก กว่า ร้อยสายพันธุ์ คนไทยนิยมเพาะสายพันธุ์ G2 กันมาก
เห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์โดยใน ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ เห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก การเลือกผลิตภัณฑ์ เห็ดหลินจือแดงควรศึกษาตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพราะการจะได้เห็ดหลินจือที่มีคุณภาพที่ดีนั้น ตัวเห็ดหลินจือเอง จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องความชื้น แสงสว่าง และสารอาหารที่ได้รับ ส่วนขั้นตอนการแปรรูป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะถือเป็นกระบวนการที่จะสกัดสารโพลีแซคคาไรด์จากตัวเห็ดเองออกมาให้ได้มากที่สุด สำหรับข้อมูลการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือช่วยเสริมฤทธิ์ของการรักษาด้วยรังสีบำบัดหรือเคมีบำบัด ยังไม่พบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจชัดเจนเช่นกัน

เห็ดหอม (Lentinus)

 

เห็ดชิตาเกะ

เห็ดชิตาเกะ ( เห็ดหอม Shitale )

จัดเป็นราชั้นสูง ซึ่งเราสามารถรับประทานได้ นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารโดยเฉพาะอาหารได้หลากหลายชนิด สามารถนำไปตากแห้งเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน เห็ดหอมยังมีสรรพคุณทางยา มีสารต้านมะเร็ง ลดไขมันในเส้นเลือด และต้านไวรัสโรคหวัด เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เห็ดชิตาเกะ (Shiitake) ถือเป็นอาหารบำรุงร่างกายชั้นดี เป็นยาอายุวัฒนะและยังนำไปเป็นเมนูอาหารรสอร่อย เห็ดหอมเป็นแหล่งอุดมแร่ธาตุ และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย
และมีประโยชน์อื่นเกี่ยวกับสุขภาพดังนี้
ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณเรียบเนียน,ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง,บำรุงเส้นผม กระดูก และกล้ามเนื้อให้แข็งแรง,มีสารอะริทาดีนีน ที่ช่วยให้ไขมันในเลือดลดลง,ช่วยลดความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ,ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง,ลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด,บำรุงหัวใจ,บำรุงสมอง เป็นยาบำรุงประสาท ช่วยให้ความจำดี,ช่วยให้กระดูกไม่เปราะ ป้องกันโรคกระดูกพรุน,ช่วยให้เลือดลมดี ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก,ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย,ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง และช่วยชะลอวัย,มีฤทธิ์ร้อนช่วยเผาผลาญไขมัน,มีวิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกและช่วยให้ผิวหนังไม่แห้ง,ช่วยให้นอนหลับสบาย

เห็ดหูหนูขาว ( Tremella Fuciformis )

เห็ดหูหนูขาว

เห็ดหูหนูขาว

เห็ดหูหนูขาว เป็นเห็ดที่เต็มไปด้วยประโยชน์เพื่อร่างกายและผิวพรรณ มีสารอาหาร วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ มีไฮยารูโรนิค แอซิด  ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น อุ้มน้ำ เต่งตึง คนจีนนิยมนำมาสกัดเป็นยาล้างหู และ ยาล้างตา

เห็ดหูหนูขาว เป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง มันก่อให้เกิดสีขาวเหมือนใบไม้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตร้อนซึ่งสามารถพบได้บนกิ่งไม้ที่ตายแล้วของต้นไม้เชื้อรานี้ได้รับการปลูกฝังในเชิงพาณิชย์และเป็นเชื้อราที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในอาหารและยาของจีน  เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเป็นเชื้อราหิมะ

เห็ดหูหนูขาว ถูกอธิบายครั้งแรกในปีพ. ศ. 2499 โดยนักปรัชญาวิทยาชาวอังกฤษไมลส์โจเซฟเบิร์กลีย์โดยมีนักสะสมพฤกษศาสตร์และนักสำรวจ Richard Spruce จากประเทศบราซิล ในปี พ.ศ. 2482 นักวิทยาวิทยาญี่ปุ่น Yosio Kobayasi ได้บรรยายถึง Nakaiomyces nipponicus ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีลักษณะคล้ายกันซึ่งแตกต่างจากการที่มีหนามดำกระจายอยู่บนผิวของมัน การวิจัยต่อมาแสดงให้เห็นว่าผลไม้ที่เป็น เห็ดหูหนูขาว

ลักษณะ
มีลักษณะเจลาติเนียมสีขาว มีความสูง 7.5 เซนติเมตร
เห็ดหูหนูขาว เป็นที่รู้จักกันเป็นพยาธิของ Hypoxylon ชนิด  หลายชนิดเหล่านี้ถูกกำหนดให้เป็นสกุลใหม่ Annulohypoxylon ในปีพ. ศ. 2548  รวมทั้งพื้นที่ที่ต้องการ Annulohypoxylon archeri   สายพันธุ์ที่ใช้เป็นประจำในการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ มักจะพบในต้นไม้ที่ตายแล้ว
สายพันธุ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน แต่ขยายไปสู่เขตเมืองหนาวในเอเชียและอเมริกาเหนือ เป็นที่รู้จักกันทั่วทั้งอเมริกา

เห็ดถั่งเช่าทิเบต (Ophiocordyceps Sinensis )

ถั่งเช่า ทิเบต

ถั่งเช่า ทิเบต

ในภาษาจีนเรียกว่า ตงฉงเซี่ยเฉ่า ( Dong chong xia cao ) หรือ ตังถั่งเช่า ( Dong chong cao ) หากเรียกว่า ฉงเฉ่า ( Chong cao ) อาจเป็น ถั่งเช่าสีทอง ถั่งเช่าหิมะ ( เกาหลี ) มีฤทธิ์ทางยาว่า เห็ดสกุลถั่งเช่า ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เช่น Ophiocordyceps species , Cordyceps species , Paecilomyces species , Isaria species เป็นอาหารเสริมสุขภาพ คำว่า ” ถั่งเช่า ” เป็นศัพท์ที่ถูกต้องตามพจนานุกรมตามที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนด ส่วนคำว่า ถั่งเฉ้า เป็นศัพท์ที่ทาง อย. สำนักงานอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ใช้สำหรับการจดทะเบียนอาหารเสริม

เห็ดถั่งเช่าสีทอง ( Cordyceps Militaris )

ถั่งเช่าสีทอง

ถั่งเช่าสีทอง ( Cordyceps Militaris )

เห็ดถั่งเช่าสีทอง

เจริญเติบโตได้ในแมลงหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เกิดในตัวหนอนไหม และดักแด้ผีเสื้อ เช่น ไหม ด้วง หนอนนก ต่อแตน ต่อฟันเลื่อน แมงมุม เป็นต้น เห็ดถั่งเช่าสีทองเพาะได้โดยใช้ตัวหนอนหรือดักแด้ หรืออาหารสังเคราะห์ กระบวนการเปิดดอกเห็ดโดยใช้สภาวะอากาศเย็นและเปิดหลอดไฟฟ้าให้แสงสว่าง มีรายงานว่าถั่งเช่าสีทองมีคุณสมบัติทางยาใกล้เคียงถั่งเช่าทิเบต แต่มีสารคอร์ไดเซปิน และสารอะดีโนซีนสูงกว่าเห็ดถั่งเช่าทิเบต การเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองทำได้ง่ายกว่าเห็ดถั่งเช่าทิเบต และมีการทำในเชิงธุรกิจการค้ามากกว่า เห็ดถั่งเช่าสีทองที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมีปริมาณสารคอร์ไดเซปินสูงกว่าเห็ดถั่งเช่าทิเบตที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคและราคาก็ประหยัดกว่าเห็ดถั่งเช่าทิเบต เห็ดถั่งเช่าสีทองสามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรค และอาหารเสริมได้อีกด้วย มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากคนในความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้แก่ ประเทศจีน และ ประเทศอเมริกา นอกจากนี้ยังมีรายย่อย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย และประเทศไทย

เห็ดถั่งเช่าหิมะ ( Snowflake Dongchunghacho )

 

 

 

ถั่งเช่าหิมะ

ถั่งเช่าหิมะ

เห็ดถั่งเช่าหิมะ มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด สามารถเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคมาลาเรีย และยังยับยั้งป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยลดอาการซึมเศร้า ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดอันตรายต่อตับ มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ลดคอเรสเตอรอลและลดไขมันในเลือด ลดความอ้วน ที่สำคัญและเป็นที่นิยมของสุภาพสตรีคือ ลดฝ้า ลดกระและจุดด่างดำ ทำให้ผิวหน้าเนียนใสดูอ่อนกว่าวัย ดังตัวอย่าง ครีมรักษาฝ้ากระ ที่ดีที่สุด ของ SaintClaire

ครีมรักษาฝ้ากระที่ดีที่สุด

ครีมรักษาฝ้ากระที่ดีที่สุด

เห็ดยามาบูชิตาเกะ ( Hericium erinaceus )

เห็ดยามาบูชิตาเกะ

เห็ดยามาบูชิตาเกะ

เห็ดยามาบูชิตาเกะ หรือ เรียกกันว่า เห็ดหัวลิง เห็ดยามาบูชิตาเกะจะอยู่ตามบริเวณไม้ยืนต้น เช่น ต้นโอ๊ค หรือวอลนัท ลักษณะเห็ดจะ คล้ายเส้นไหมสีขาว สามารถพบได้บริเวณทางซีกโลกเหนือ เช่น ยุโรป และเอเชียตะวันออก ในประเทศญี่ปุ่น ในสมัยโบราณมีการนำเห็ดชนิดนี้ ไปผสมในตำรับยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

สารออกฤทธิ์สำคัญ  ได้แต่ ทรีอิทอล ,ดี-อราบินิทอล, กรดปาลเมทิก,เบต้า-กลูแคน และไตรเทอร์ปีน สารสำคัญเหล่านี้ สามารถควบคุมระดับไขมันในเลือด ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ

เออริเซียมในด้านสรรพคุณทางยา มีฤทธิ์อ่อน ใช้บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เพิ่มกำลังวังชา และต่อต้านมะเร็ง ช่วยในการรักษามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการให้เคมี บำบัดและรังสีบำบัดได้ ในปัจจุบันมีงานวิจัยได้หันมาสนใจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก เห็ดหัวลิง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเม็ด และสารสกัดในรูปผง เป็นต้น มีการสกัดสารกลุ่ม โพลีแซคคาไรด์ ซึ่งโพลีแซคคาไรด์ที่นิยมสกัดคือกลูแคน มีงานวิจัยรายงานว่ากลูแคนสามารถยับยั้งผลกระทบของมะเร็งในหนู ทดลองและยังช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารรวมถึงระบบลำไส้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์ พบว่าในเห็ดหัวลิงมีสารแลนติแนนและ สารเปปไทด์ ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นอีกทั้งยังช่วยเร่งการ สร้างสารภูมิคุ้มกันอินเตอร์เฟอรอน และจากการทดลองในหนูปรากฏว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของก้อนมะเร็งและยับยั้งการถอดแบบหรือเปลี่ยนถ่ายสารพันธุกรรมของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอในเซลล์หนูทดลองได้
งานวิจัย พบว่า สารประกอบจำพวกโปรตีน  ซึ่งมีอยู่ในเห็ดเห็ดยามาบูชิตาเกะ มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ออกฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ควบคุมกรดไขมันในเส้นเลือดให้เป็นปกติ ควบคุมปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือด รักษามะเร็งกระเพาะและมะเร็งลำใส้ สร้างและบำรุงเซลล์สมองและระบบประสาท

ประเทศญี่ปุ่น พบว่า เห็ดชนิดนี้ให้ผลต่อการเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังช่วยลด ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และผิวหนังได้อีกด้วย

เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus Blazei Murrill)

เห็ดกระดุมบราซิล

เห็ดกระดุมบราซิล

มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้น เหนี่ยวนำการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี โดยภูมิต้านทานที่สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพนี้ สามารถไปยับยั้งและรักษาโรคร้ายแรงต่างๆได้หลายชนิดอย่างได้ผลและไม่มีผลข้างเคียง ที่สำคัญที่สุดได้แก่ โรคมะเร็งเนื้อร้ายหลายชนิด โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อันได้แก่ เอดส์ โรคภูมิแพ้ โรคเกี่ยวกับการสร้างน้ำย่อยหรือเอ็นไซม์บกพร่อง เช่น เบาหวาน และโรคเกี่ยวข้องกับระบบเลือด อันได้แก่ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไวรัสบีในตับ

ผลของการค้นพบคุณสมบัติมหัศจรรย์ของเห็ดกระดุมบราซิล ทำให้รัฐบาลของบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่เจริญทางวิชาการทั้งเกี่ยวกับการเพาะเห็ด และการศึกษานำเอาเห็ดไปเป็นยา ต่างก็ซุ่มเงียบโดยหันไปทำการเพาะเห็ดชนิดนี้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นยารักษาโรคร้ายที่แทบจะไม่มีโอกาสรักษาได้ด้วยยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว เช่น โรคมะเร็ง เอดส์ เบาหวานและโรคหัวใจ เป็นต้น ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ครองอันดับหนึ่งในการผลิตเห็ดชนิดนี้ โดยผลิตได้ปีละมากกว่าหลายหมื่น ตัน ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาล ที่ให้นักธุรกิจและเกษตรกรไปทำการเพาะเห็ดชนิดนี้ ในประเทศที่มีเห็ดชนิดนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คือ ที่ประเทศบราซิล และประเทศใกล้เคียงที่มีอากาศเช่นเดียวกับประเทศบราซิล เช่น ประเทศปารากัว สุรินัม เพื่อทำการเพาะและผลิตเห็ดชนิดนี้ส่งไปเป็นวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการผลิตยาในประเทศญี่ปุ่นแล้วส่งไปขายในรูปของยารักษาโรคที่มีราคาค่อนข้างแพงมาก

เห็ดไมตาเกะ (Maitake Mushroom) เจริญเติบโตได้ดีในใต้ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์พร้อม และชอบขึ้นอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่สำหรับในประเทศไทยนั้นไม่ค่อยพบเห็ดชนิดนี้ โดยบริเวณดอกเห็ดจะมีลักษณะโค้งๆ รูปทรงคล้ายกับช้อนสีน้ำตาลแกมเทา และมีเนื้อแน่น ภายในมีปริมาณน้ำอยู่ค่อนข้างมาก และเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของเห็ดชนิดนี้
เห็ดไมตาเกะ

ลักษณะของเห็ดไมตาเกะ

เห็ดไมตาเกะ

เห็ดไมตาเกะ

สรรพคุณเห็ดไมตาเกะ
1. ช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิต้านทานโรคที่ดี ไม่เจ็บหรือป่วยบ่อย
2. ช่วยลดความดันโลหิตสูง และปรับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติมีความสมดุล
3. ช่วยลดระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือดได้ดี
4. ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
5. ช่วยในการป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่างๆ ได้ดี
6. อุดมด้วยไฟเบอร์หรือกากใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
7. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อม
8. ช่วยให้สายตาดี ไม่เสื่อมสภาพเร็ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *